ดูหนังพระนเรศวร เต็มเรื่อง หนังไม่กระตุก ดูหนังฟรีคมชัดทั้งภาพและเสียง

ดูหนังพระนเรศวร

ดูหนังพระนเรศวร ปี พ.ศ. 2106 พระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมที่อาณาจักรโคนงอูได้ฟาดศีรษะ

ดูหนังพระนเรศวร ภาคเหนือของประเทศไทยไล่มาตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย, สวรรคโลก, แล้วก็ลำดับที่สองแคว ซึ่งที่พิษณุโลกสองแควนั้น พระมหาธรรมราชา (ฉัตรชัย ส่งแสงพานิช) ผู้รั้งเมืองอยู่นั้นได้ขอร้องจากอยุธยา แม้กระนั้นมิได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากอยุธยา พระมหาธรรมราชาก็เลยไม่ซื่อตรงไปเข้าด้วยกับพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมเพื่อด้วยกันจู่โจมอยุธยา โดยที่พระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมได้ขอเอาตัว พระพระราชา หรือ องค์ดำ (ปรัชฌา กึกก้องวัฒนาความยินดี)

พระลูกชายองค์โตในพระมหาธรรมราชารวมทั้งพระนางวิสุทธิ์กษัตริย์ (ปวีณา ชารีฟสกุล) ไปเป็นตัวรับรองในหงสาวดีโดยที่ปฏิญาณสาบานว่าจะอุปถัมภ์ค้ำชูอย่างยอดเยี่ยมดุจพระลูกชายกองทัพพิษณุโลกสองแควรวมทั้งหงสาวดีมาถึงอยุธยา ก็จำเป็นต้องเจอกับการต้านอย่างมากจากอยุธยา ด้วยเพราะว่ามี พระราเมศวร (สถลาพร นาควิลัย) พระบุตรชายท่านโตในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ (ศรัณยู ตระกูลแน่ชัด) เป็นนายทัพชาญชัยชาญณรงค์การศึกทำต้านทาน

แม้กระนั้นทางสมเด็จพระมหาจักรพรรดิมีความคิดเห็นว่าน่าจะสนทนากับทางหงสาวดี ดูหนังพระนเรศวร  เมื่อทั้งสองฝ่ายได้สนทนากัน พระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมได้ขอช้างเผือก 2 เชือกแล้วก็ขอตัวพระราเมศวรไปเป็นองค์รับรองที่หงสาวดีด้วยเหมือนกันกับพระพระราชา โดยกล่าวถึงว่ายังมี พระมหินทราธิราช (ความสงบสุข พระพรหมศรี) พระน้องชายยังสามารถสืบสายถัดไปเหมาะนครหงสาวดี องค์ดำขณะท่องเที่ยวดูตลาดโยเดียซึ่งเป็นประชุมชาวประเทศไทยที่ไล่ต้อนมาจากอยุธยาที่นอกกำแพงเมือง

ดูหนังพระนเรศวร

ได้เจอกับเด็กผู้ชายผมยาวตะลอน (จิรายุ ละอองมณี) ที่ไม่มีแม้กระทั้งชื่อ ขณะกำลังลักขโมยของเพื่อหาอะไรรับประทาน โดยมี ขุนอำนาจวาสนา (ดี๋ ดอกมะดัน) คนรวยชาวไทยทรยศทำร้าย องค์ดำได้ช่วยเหลือเด็ก

ผู้ชายไม่มีชื่อคนนี้ไว้ แล้วก็เด็กผู้ชายคนนี้ก็ได้สาบานว่าจะติดตามองค์ดำไปตลอด ในเวลาที่องค์ดำจะกลับเข้าวังได้เจอกับขบวนของมังสามเกียด (โชติ บัวกาญจน์) พระบุตรชายของมหาอุปราชนันทบุเรง (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) ผ่านมา มังสามเกียดและก็ลักไวทำมู

ทหารคนสนิทสนม บากบั่นให้องค์ดำก้มค้างราวะตนในฐานะนักโทษ แม้กระนั้นองค์ดำไม่ยินยอม ช่วงเวลาเดียวกันกับที่พระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมเสด็จผ่านมาเหมือนกัน และก็ให้มังสามเกียดเป็นข้างก้มกราบองค์ดำแทน

ด้วยมีความเห็นว่ามีอำนาจสูงขึ้นมากยิ่งกว่า แล้วก็ให้องค์ดำมาฝึกหัดวิชาที่วัดหน้าประตูเมืองกับ พระมหาเถรคันฉาย (สรดงษ์ ชาตรี) ในวันพรุ่งนี้ เมื่อทั้งสองมาถึงก็ได้เจอกับ มณีจันทร์ (สุชาดา เช็คลีย์) เด็กสาวที่อาศัยอยู่ในวัด พระมหาเถรคันฉายได้ให้องค์ดำบรรพชา

เป็นสามเณรแล้วก็ตั้งชื่อให้เด็กไม่มีชื่อนั้นว่า บุญทิ้ง ซึ่งพระมหาเถรกระจกส่องได้อบรมสั่งสอนสรรพวิชาและก็มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์ประเทศแก่องค์ดำตลอดมาความเชื่อมโยงระหว่างพิษณุโลกสองแควรวมทั้งอยุธยาเริ่มง่อนแง่นกันเยอะขึ้น เมื่อทางข้าง สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช (รอน บรรจงสร้าง) กษัตริย์ที่ล้านช้างได้ส่งพระราชสาสน์มาขอตัว

พระเทวดากษัตรี (ณัฐริกา ธรรมยินดีความสำราญ) ดูหนังพระนเรศวร พระลูกสาวท่านเล็กในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเป็นพระมเหสีเพราะเป็นพระลูกหญิงในสมเด็จพระสุริโยไท แต่ว่าทางข้างพระมหาธรรมราชาได้ลักลอบส่งสาสนไปบอกความยังพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมให้มาชิงตัวไปในกลางทาง รวมทั้งเมื่อพระเทวดากษัตรีมาอยู่ต่อหน้าต่อตาใบหน้าพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วม พระนางก็ได้ปลิดพระชนม์ชีพตัวเอง ยังความให้ทางข้างอยุธยาแล้วก็พระนางวิสุทธิ์กษัตริย์น้อยเกินไปใจในทีท่าของพระมหาธรรมราชาหนักขึ้น

พระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมได้ให้พระมหาธรรมราชาขึ้นครองราชย์แทนเป็น สมเด็จพระมหาธรรมราชา

รวมทั้งได้ขอเอาตัว พระสุวรรณกัลยาณี (เกรซ มหาดำรงค์กุล) พระลูกหญิงองค์โตในพระมหาธรรมราชาแล้วก็พระนางวิสุทธิ์กษัตริย์กลับไปยังหงสาวดีพร้อมด้วยสมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าด้วย ขณะเดินทางพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมได้สั่งประหารพระยาจักรีเพราะเป็นผู้ที่ยอมทรยศได้ถึงแม้ว่าจะนายจ้างเดิมของตนเอง ถ้าหากเลี้ยงไว้ก็จะไม่เป็นผลดี ถัดมาไม่นาน เมื่อมาถึงหงสาวดี สมเด็จพระมหินทราธิราชเจ้าก็ล้มป่วยและก็เสด็จถึงแก่สิ้นพระชนม์

เวลาที่ข้าง องค์ดำ เมื่ออยู่ที่หงสาวดีได้รับการดูถูกดูแคลนตลอดระยะเวลาจากข้างมังสามเกียดแล้วก็พวกพ้อง โดยเรียกชื่อว่า โคนงเจ หนักขึ้นถึงขนาดทำร้ายร่างกายหมายฆ่า องค์ดำก็เลยคิดหนีกลับพิษณุโลกสองแคว

โดยขอให้สมเด็จพระทองคำกัลยาณี ดูหนังพระนเรศวร ซึ่งเป็นพระพี่นางเสด็จกลับไปด้วย แม้กระนั้นสมเด็จพระทองนางงามไม่กลับ ด้วยทรงดำริว่าถ้าเกิดท่านยังอยู่ที่หงสาวดีนี้ก็จะช่วยบอกขอชีวิตองค์ดำจากพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมไว้ได้ ทำให้องค์ดำ บุญทิ้ง และก็ชาวประเทศไทยอีกปริมาณ 300 คนหนีกลับไปได้เสร็จ ในขณะมณีจันทร์ได้เข้ามาเป็นข้ารับใช้ในสมเด็จพระสุวรรณกัลยาณี

ดูหนังพระนเรศวร

ตำนานสมเด็จพระกษัตริย์มหาราช ภาค ๖ อวสานหงสา (2558)
พุทธศักราช 2135 ข้างหลังพ่ายแพ้ “ศึกยุทธหัตถี” ข้างหงสาวดี “พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง” (จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์) ทรงเศร้าที่จำต้องสูญเสียบุตรชาย ก็เลยมีบอกให้คลอกไฟเหล่าแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จ “พระมหาอุปราช” (นภัสมือ มิตรเอม) ให้ตายตกตามกัน ทั้งระบายพระความฉุนเฉียวไปที่ “พระทองกัลยาณี” (เกรซ มหาดำรงค์กุล) องค์รับรองและก็บุตรชายบุตรีถึงตายชีพ

ข้าง “สมเด็จพระกษัตริย์” (พันโท วันชนะ สวัสดี) นั้น มีความต้องการจะนำกองทัพปราบหงสาวดีให้ราบคาบไม่ให้หลงเหลือเป็นศัตรู เมื่อมาได้รู้ข่าวสารการตายของพระพี่นางและก็พระราชหลานก็ยิ่งเศร้า

ก็เลยวินิจฉัยใจยกพลใหญ่ หมายเหยียบหงสาวดีให้ราบเป็นหนังกลอง ในขณะที่กำลังเดินทางมาถึงเมืองเมาะตะมะได้จับกุม “พระยาลอ” ผู้สำเร็จราชการแทน ที่ “พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง” ส่งให้มาดูแลเมือง ถูก “เม้ยมะนิก” (เต็มฟ้า กฤษณายุยงธ) ราชธิดาของ “ศรีสุธรรมราชา” เจ้าผู้ครองนครเมาะตะมะลอบฆ่าเพื่อแก้เผ็ดแทนพ่อ พร้อมเก็บรวบรวมชาวมอญเพื่อสมัครใจขอร่วมรบประเทศพม่ากับชาวอโยยา

แม้กระนั้นครั้นเมื่อกองทัพของท่านเสด็จถึงหงสาวดีก็เจอแต่เพียงเศษซากของมหานครอันเคยยิ่งใหญ่ ด้วย “นัดหมายจินหน่อง” (นาวาอากาศโทควรเจต วัแก่ความสนุกสนาน) ราชลูกพระผู้เป็นเจ้าโคนงอูได้วางอุบายเชิญชวนพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงพร้อมต้อนผู้คนแลทรัพย์สินศฤงคารของหงสาไปไว้ยังโคนงอูกระทั่งหมดไป

ตอนนั้นสมเด็จพระพระราชาก็เลยทรงยกพลตามขึ้นไปถึงเมืองโคนงอู มีพระราชสั่งการให้ “เมงเยสีหตู” (นิรุตติ์ ศรีจรรยา) เจ้าผู้ครองนครส่งตัวพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงออกมามอบให้ ดูหนังพระนเรศวร ด้านนัดหมายจินหน่องมีความคิดเห็นว่าพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงที่ชวนมานั้นเป็นภัยชักศึกเข้าบ้านก็เลยหมายยืมมือสมเด็จพระพระราชาฆ่าพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงเสีย

แม้กระนั้นเมื่อสมเด็จพระกษัตริย์ได้มองดูมองเห็นพระผู้เป็นเจ้านันทบุเรงที่ทรงเป็นง่อยเป็นที่น่าสังเวชก็ให้เศร้าใจใจ ระหว่างนั้น “เมงราชาญี” (รณ ฤทธิชัย) เจ้าผู้ครองนครยะไข่ได้แต่งกองทัพเป็นกองมิจฉาชีพตีลัดตัดเสบียงกรังอยุธยาไม่ให้ส่งข้าวน้ำขึ้นไปเลี้ยงกองทัพที่ล้อมนครหลวงโคนงอูอยู่

“สมเด็จพระเอกาทศรถยนต์” (พันเอก วินธัย สุวารี) ก็เลยแบ่งกองทัพลงมาหมายจะกำราบยะไข่ไม่ให้เป็นหอกข้างเเคร่ แต่ว่าทรงเสียท่าถูกเมงราชาญีจับตัวได้ พระราชมนูจำเป็นต้องอาสาสมัครนำกำลังลงมาแก้เอาสมเด็จพระเอกาทศรถยนต์คืน และก็เคลื่อนพลกลับยังอยุธยา

ข้างข้างพูกามประเทศนั้นได้เกิดขึ้นกษัตริย์ชาติทหารขึ้นมาแทนพระผู้เป็นเจ้าชนะสิบด้านมีชื่อว่า “พระผู้เป็นเจ้ายองยาน” ตามชื่อเมืองหลวงที่ดูแล พระผู้เป็นเจ้ายองยานทรงขยายแสนยานุภาพครอบคลุมดินแดนประเทศพม่าตอนบน ยึดครองหัวเมืองในเมืองไทยใหญ่ทั้งหลายแหล่ แล้วก็ทรงกรีฑากองทัพเข้าตีบ้านตีเมืองยองห้วยรวมทั้งเมืองแสนหวีซึ่งในเวลานั้นล้วนเป็นเมืองประเทศราชของอยุธยา เมื่อสมเด็จพระกษัตริย์ทรงล่วงรู้ก็ทรงมีความคิดที่จะตัดไฟเสียแต่แรกเริ่มลม

ไม่ให้อธิราชศัตรูพลิกฟื้นขึ้นมาเป็นปรปักษ์แผ่นดินอยุธยาได้อีก ดูหนังออนไลน์ 37  สมเด็จพระกษัตริย์ก็เลยได้เสด็จยกกองทัพไปตีอังวะ ตอนนั้น “พระมหาเถรคันฉาย” (สรดงษ์ ชาตรี) และก็ “พระอัครมเหสีมณีจันทร์” (ทักษอร ภักดิ์สุขก้าวหน้า) ซึ่งกำลังทรงพระท้องก็ทูลขอให้งดเว้นซึ่งราชการการทำศึก สมเด็จพระพระราชาก็เลยทรงให้คำปฏิญาณว่าจะเสด็จไปทำศึกสงครามครั้งนี้เป็นหนสุดท้าย เมื่อเสด็จถึงเมืองจังหวัดเชียงใหม่ก็ยั้งกองทัพจัดกระบวนอยู่หนึ่งเดือน แล้วให้กองทัพสมเด็จพระเอกาทศรถยนต์

เอาขึ้นไปทางเมืองฝาง ส่วนกองทัพหลวงชูไปทางเมืองหางเข้าค่ายหลวงประทับอยู่ที่ทุ่งแก้ว อยู่มาสมเด็จพระกษัตริย์ทรงพระไม่สบายก็เลยโปรดให้บริวารรีบชวนเสด็จพระเอกาทศรถยนต์มาเฝ้า ครั้นเมื่อมาถึงได้ 3 วัน สมเด็จพระพระราชาก็เสด็จสิ้นพระชนม์เมื่อวันจันทร์ขึ้น 8 เย็น เดือน 6 ปีงูเล็ก ตรงกับวันที่ 25 ม.ย. พุทธศักราช 2148

สมเด็จพระเอกาทศรถยนต์ก็เลยได้เชิญศพสมเด็จพระพระราชากลับกรุงศรีอยุธยาราชเมืองตำนานสมเด็จพระพระราชามหาราช หลังจากที่ท่านทรงประกาศเอกราช ก่อให้เกิดการสู้รบระหว่างพระผู้เป็นเจ้าหงสาวดีและก็สมเด็จพระพระราชาเพื่อชิงแผ่นดินประเทศไทย กำเนิดเป็นการรบยุทธหัตถีที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์

ในปี พุทธศักราช 2129 พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง ทรงแค้นเคืองที่จะต้องปราชั­ยต่อ สมเด็จพระกษัตริย์ฯ

อย่างสั้นๆยยับ ทั้งยังจำเป็นต้องเสียไพร่พลและก็พระสิริโฉม ก็เลยระบายความแค้นนั้นไปที่องค์พระทองกั­ลยา เมื่อ สมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชพ่อรู้ค­วามก็ให้เศร้าด้วยสำนึกว่าโชคชะตาของพระ­ราชธิดารวมทั้งแผ่นดินอยุธยาที่ถูกกระทำการเหยียบ­ยีก็ด้วยเพราะเหตุว่าท่านทรงไม่ซื่อตรงไปเข้าข้­างศัตรู จนกระทั่งตรอมตรมใจเสด็จสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระกษัตริย์ฯ ทรงมีพระชนมายุ 31 ปี ก็เลยเสด็จขึ้นครองราชย์ค­รองกรุงศรีอยุธยาสืบต่อจากพระราชพ่อ สมเด็จพระมหาธรรมราชา

ข่าวสารการเปลี่ยนแผ่นดินของกรุงศรีอยุธยาทราบไปถึง ดูหนังพระนเรศวร พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง ที่กรุงหงสาวดี พระผู้เป็นเจ้านันทบุเรง ลูกชายในพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วม สำคัญว่าแว่นแคว้นไทย หรืออาณาจักรอยุธยาจะไม่เป็นป­กติเตียนสุขเป็นช่องเชิญชวนชิงเชิง ก็เลยโปรดให้พระราชลูก พระมังสาม­เกียด พระมหาอุปราชเจ้าวังหน้ากรีฑากองทัพไปตีกรุงศรีอยุธยาอีกคำรบ

ดูหนังพระนเรศวร

นำกองทัพทหาร 240,000 นาย (สองแสนสี่หมื่นนาย) มาตีกรุงศรีอยุธยาหมายจะชนะศึกในคราวนี้ สมเด็จพระกษัตริย์ ทรงทราบดีว่า เมียนมาร์เคลื่อนทัพใหญ่มาตี ก็เลยทรงจัดแจงไพร่พล มีกำลัง 100,000 นาย (หนึ่งแสนนาย) เดินทางออกจากบ้านป่าโมก จังหวัดอ่างทองไปสุพรรณ ผ่านน้ำตรงท่าท้าวอู่ทองคำ จังหวัดลพบุรี แล้วก็ตั้งแคมป์หลวงรอบๆหนองสาหร่าย

โดย สมเด็จพระกษัตริย์ โปรดให้ พระราชมนู แต่ว่า­งพลเป็นทัพหน้าขึ้นไปทดลองกำลังศัตรูถึงหนอง­สาหร่าย ทัพหน้า พระราชมนู ปะทะกับกองทัพประเทศพม่าถึงขั้­นต่อสู้ แต่ว่ากำลังข้าง พระราชมนู น้อยกว่าก็เลยแตกปราชัยถ­อยลงมาเป็นโกลาหล สมเด็จพระพระราชาฯ รู้ความก็เลยคิดอุบายให้กองทัพศัตรูไล่กระเจิดกระเจิงลงมาจนกระทั่งเสียกระบวนแล้วจึงทรงนำกำลังออกยอกองทัพศัตรู คราวนั้นพระช้างทรงของสมเด็จพระกษัตริย์ฯ นามเจ้าพระยาไชยานุภาพ แล้วก็พระช้างทรงของ

สมเด็จพระเอกาทศรถยนต์เป็นเจ้าพระ­ยาปราบไตรจักรต่างตกมัน วิ่งกระเจิงหามพลฝ่าเข้าไปในกองทัพประเทศพม่ามอญกึ่งกลางว­งล้อมศัตรู แล้วก็หยุดอยู่หน้าช้าง พระมังสามเกียดพระมหาอุปร­าชา ท่านทรงมองดูมองเห็นพระมหาอุปราชาทรงพระไอยราอยู่ในร่มไม้กับเหล่าพระยาแม่ทัพ ก็เลยรู้ได้ว่าพระไอยราทรงของสองท่านหลงถลำเข้ามาถึงกึ่งกลาง

กองทัพศัตรู รวมทั้งตกอยู่ในวงล้อมศัตรูแล้ว แต่ว่าด้วยพระไหวพริบความเฉลียวฉลาดของสมเด็จพระพระราชา ทรงมีความเห็นว่าเป็นการเสียเปรียบศัตรูก็เลยไสช้างเข้าไปใกล้ แล้วบอกถามด้วยรู้จักดีมาก่อนแต่ว่าวัยเด็กว่า “พระผู้เป็นเจ้าพี่พวกเราจะยืนอยู่ใยในร่มไม้เล่า ชวนออกมาทำยุทธหัตถีร่วมกัน ให้สมพระเกียรติขั้นเอาไว้ในแผ่นดินเหอะ ภายภาคหน้าไปไม่มีในหลวงที่กำลังจะได้ยุทธหัตถีแล้ว”

พระมังสามเกียดพระมหาอุปราชาได้ยินด้วยเหตุผลดังกล่าว ดูหนังพระนเรศวร ก็เลยไสพระไอยรานามว่า พลายพัทธกอเข้าชนเจ้าพระยาไชยานุภาพเสียหลัก พระมังสามเกียดพระมหาอุปราชาทรงฟันสมเด็จพระพระราชาด้วยพระแสงสว่างของ้าว แต่ว่า สมเด็จพระพระราชา ทรงเบี่ยงหลบทัน ก็เลยฟันถูกพระมาลาหนังขาด แล้ว เจ้าพระยาไชยานุภาพชนพลายพัทธกอเสียหลัก

สมเด็จพระพระราชา ทรงฟันด้วยพระแสงสว่างของ้าวถูก พระมังสามเกียด พระมหาอุปราชา เข้าที่เข้าทางอังสะขวา สวรรคตอยู่บนคอช้าง ส่วน สมเด็จพระเอกาทศรถยนต์ ทรงฟันเจ้าผู้ครองเมืองจาปะโรเสียชีวิตด้วยเหมือนกัน เมียนมาร์ก็เลยยกพลกลับกรุงหงสาวดีไป นับจากนั้นมาก็ไม่มีกองทัพใดกล้าชูมากมายล้ำกรายกรุงศรีอยุธยาอีกเป็นระยะเวลาอีกช้านาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *